• Picture of แก่นตะวันหัวสด Picture of แก่นตะวันหัวสด
  • Picture of แก่นตะวันหัวสด Picture of แก่นตะวันหัวสด
  • Picture of แก่นตะวันหัวสด Picture of แก่นตะวันหัวสด
  • Picture of แก่นตะวันหัวสด Picture of แก่นตะวันหัวสด

แก่นตะวันหัวสด

แก่นตะวัน พืชอาหารเพื่อสุขภาพ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการลดปริมาณยาและไม่ใช้ยา - รับประทานเป็นประจำ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้แก่ ลดความเสี่ยงและช่วย... โรคเบาหวาน , ลดระดับน้ำตาลในเลือด , โรคหัวใจ , โรคความดันโลหิตสูง , ลดไขมันในเลือด , โรคมะเร็งในลำไส้ , ช่วยระบบขับถ่าย(ท้องผูก)ให้ดีขึ้น , และสำหรับผู้ที่ลดความอ้วน เนื่องจากแก่นตะวันเป็นพืชอาหารประเภทเยื่อใย จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก จึง “สามารถลดความอ้วนได้” โดยไม่ต้องพึ่งยาจ้า.....
150.00 ฿
100.00 ฿

Products specifications
กลุ่มสินค้า ORGANIC
+

o   แก่นตะวันคืออะไร ?

“แก่นตะวัน”นับว่าเป็นพืชชนิดใหม่ สำหรับประเทศไทย แก่นตะวันได้มีการนำเข้ามาปลูกเมื่อปี พ.ศ.2539 โดย รศ.ดร.สนั่น จอกลอย อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พืชนี้มีชื่อสามัญ  Jerusalam artichoke  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Helianthus  tuberosus L.  เป็นพืชที่ถือว่าเป็นตระกูลเดียวกับทานตะวัน ( Helianthus annuus ) มีดอกคล้ายทานตะวัน ดอกบัวตองหรือดาวกระจาย มีถิ่นกำเนิดในแถบ อเมริกาเหนือ ชื่อเรียก Jerusalem  artichoke

              หัวแก่นตะวัน เป็นแหล่งสะสมอาหารที่เรียกว่า "อินนูลิน"  ประโยชน์ของอินนูลินที่มีต่อสุขภาพ  Orafti (2005) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของอินนูลินไว้หลาย ประการด้วยกัน เช่น ช่วยป้องกันโรคอ้วนลดความเสี่ยง ต่อโรคเบาหวาน ลดไขมันในเลือด และลดความเสี่ยงต่อ การเป็นโรคหัวใจ รวมทั้งการเสริมสร้างการป้องกันโรค  ให้ร่างกาย

  • จากรายงานของ Farnworth  ( 1993 ) กล่าวถึงอินนูลิน เป็นอาหารเยื่อใยประเภทแป้ง ที่ถูกจัดไว้ว่าเป็นอาหารเยื่อใย ซึ่งจะไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กซึ่งเป็นระบบทางเดินอาหารส่วนบนของมนุษย์ ดังนั้นเมื่อมนุษย์กินอินนูลินเข้าไปจึงไม่ให้พลังงานให้ร่างกาย   
  • หนูทดลองที่กินอาหารผสมกับสารอินนูลินเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ พบว่าน้ำหนักตัวของหนูจะน้อยลงกว่าหนูปกติที่ไม่ได้รับอินนูลินมากถึง 30%
  • ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง หากได้รับอินนูลินเข้าไปเป็นประจำจะช่วยทำให้ไขมันในเลือดลดลง (งานวิจัยของคอเซ 2000)
  • ผู้ที่ได้รับสารอินนูลินจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลมากถึง 40% จึงแสดงให้เห็นว่าการรับประทานแก่นตะวันเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี (ฮาตะ 1983)

 

o   แก่นตะวันดีอย่างไร ?

             1. หัวแก่นตะวัน เป็นแหล่งสะสมของอินนูลิน (inulin) ที่เต็มไปด้วยน้ำตาลฟรุกโตสที่ต่อกันเป็นโมเลกุลยาว มีแคลอรี่ต่ำ ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด จึงมีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน 
             2.  ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือด(ควบคุมน้ำตาลในเลือด) โดยเพิ่มอัตราการสลายของน้ำดีทิ้งไปกับอุจจาระทำให้โคเลสเตอรอลถูกกำจัดทิ้งมากขึ้น  จึงลดไขมันในเลือดได้ และช่วยป้องกันโรคของหลอดเลือด 
            3.  ช่วยลดสารก่อมะเร็งบางชนิด เช่น ไนโตรซามีน จากไส้กรอก แหนม ฯลฯ  จึงมีบทบาทป้องกันมะเร็ง 
            4.  ช่วยล้างและทำความสะอาดลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นจึงช่วยลดอาการภูมิแพ้  สิว
            5.  ช่วยควบคุมปริมาณของแบคทีเรีย “ตัวร้าย” ไม่ให้เติบโตมากเกินไปโดยสร้างสาร แบกเทอริโอซิน  เช่น อะซิโดลิน อะซิโดฟิลิน   บุลการิแคน แลกโตซิลิน และไนซิน เป็นต้น สารเหล่านี้ จะช่วยฆ่าแบคทีเรียตัวร้าย  ควบคุมระดับกรดในลำไส้   ซึ่งสภาพความเป็นกรดนี้เองที่ทำหน้าที่เหมือนยาฆ่าเชื้อโรคไปในตัว  
            6. ช่วยสร้างวิตามินบีหลายตัว เช่น วิตามินบี 12 ไบโอติน ไนอาซิน (บี3) ไพรีดอกซิน (บี6) และกรดโฟลิก 
            7.  ช่วยย่อยอาหารจำพวกนม โดยเอนไซม์แลกเตส และผลิตภัณฑ์จากนม ทำให้โปรตีนในนมย่อยง่ายขึ้น 
            8.  ช่วยย่อยอาหารอื่นๆ และช่วยให้การดูดซึมอาหารเป็นไปได้ดีขึ้น ป้องกันอาการท้องอืดเฟ้อ 
            9.  ทำให้ร่างกายสามารถนำฮอร์โมนอีสโตรเจนกลับมาใช้ใหม่ จึงยืดระยะเวลาของอาการหมดประจำเดือนทำให้ผู้หญิง ไม่แก่เร็ว   และช่วยทำให้การดูดซึมของแคลเซียมดีขึ้น 
            10.  ทำให้ระบบภูมิต้านทานดีขึ้น การทำงานของเม็ดเลือดขาว แมกโครฟาจและทีเซลล์ดีขึ้น 
            11.  สามารถควบคุมระดับความเครียดได้ด้วย 
            12  .ทำให้ไม่เป็นสิวเพราะระบบขับถ่ายและขับของเสียดี 
            13.  ช่วยการย่อยอาหารของเด็กทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่ไม่ได้กินนมแม่มักจะมีปัญหาในการย่อยเสมอ 
            14.  ช่วยปกป้องร่างกายจากรังสี และมลภาวะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน 
            15.  มีรายงานว่าแบคทีเรียตัวดี บรรเทาอาการของโรคเรื้อนกวาง ผื่นแพ้ เรื้อรัง โรคภูมิแพ้ ไมเกรน เก๊าท์ โรคข้อและข้อรูมาติกส์   มะเร็ง อาการทางระบบย่อย-ท้องอืดเฟ้อ ท้องผูกสลับท้องเสีย ฯลฯ และทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น 
(นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล, 2544) 
  

o   วิธีรับประทานแก่นตะวันอย่างไรดี ?

  • แก่นตะวันสามารถรับประทานได้ทั้งแบบปอกเปลือกและไม่ปอกเปลือก แต่การรับประทานทั้งเปลือกก็ควรล้างให้สะอาดก่อน เนื่องจากมีแง่งเยอะอาจจะเศษดินติดอยู่ หรือจะแช่น้ำไว้สักพักเพื่อให้ดินอ่อนตัวก่อนนำมาล้างก็ได้ ถ้าจะให้ดีก็ใช้แปรงสีฟันเล็กๆ นำมาขัดอีกรอบเพื่อความสะอาด
  • สำหรับวิธีการปอกเปลือกแก่นตะวัน ก็ใช้วิธีเดียวกันกับการปอกเปลือกมะม่วง โดยใช้มีดสองคมขนาดเล็ก (ด้ามสีส้มที่เราคุ้นเคยกันดี) ในการปอกเปลือก ถ้ามีแง่งก็ให้ใช้มีดตัดออกมาก่อนแล้วค่อยปอก
  • สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับประทาน ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากก่อนในช่วงแรก หรือทานสดครั้งละ 1 ขีด เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพก่อน
  • สำหรับการเก็บรักษา สำหรับแก่นตะวันแบบปอกเปลือก ให้เก็บไว้ในกล่องพลาสติกที่ปิดฝามิดชิดไม่ให้อากาศเข้า หรือจะใส่ถึงซิป กล่องพลาสติกก็ได้ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา ก็จะช่วยทำให้คงความสดและไม่ทำให้เหี่ยวเร็ว
  • แก่นตะวันที่ไม่ปอกเปลือก สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 10 สัปดาห์ หรือมากกว่าถ้าไม่มีเชื้อรา แต่หากเก็บไว้นานสีอาจจะเปลี่ยนหรือเหี่ยวทำให้ดูไม่น่ารับประทาน ยิ่งเก็บไว้นานคุณภาพก็ยิ่งน้อยลง การรับประทานแบบสดใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
  • การใช้หัวแก่นตะวันในการประกอบอาหาร อาจพบว่าสีของหัวเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีดำคล้ำ สาเหตุอาจมาจากการปอกเปลือกทิ้งไว้นาน ดังนั้นเมื่อปอกเปลือกหรือหั่นเสร็จแล้วให้เก็บแช่ทิ้งไว้ในน้ำเปล่าก่อนที่จะนำไปประกอบอาหาร จะช่วยป้องกันปัญหาดังกล่าวได้

แหล่งอ้างอิง : คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (รองศาสตราจารย์ ดร.สนั่น จอกลอย), สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (ดร.ครรชิต จุดประสงค์), สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 132, นิตยสารขวัญเรือน ฉบับ 849 (พญ.ลลิตา ธีระสิริ)